[TE] Goku Akihiro

posted on 30 Jul 2015 21:16 by averzion
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
"โกคุ อากิฮิโกะ ฝากตัวด้วยนะ (≧∪≦☆)"

"...เอ๊ะ เมื่อกี้นี้ พูดว่าอะไรหรอ?"
 
"ขอโทษนะ...ช่วยพูดให้ช้ากว่านี้หน่อยได้ไหม?"
 
 

สกุล - ชื่อ : โกคุ อากิฮิโระ [Goku Akihiro]

สัญชาติ : ญี่ปุ่น-เยอรมัน (ตามกฎหมายญี่ปุ่นเด็กอายุไม่เกิน 20 ปีสามารถถือครองสองสัญชาติได้)

ชั้นปี / อายุ : ปี 1 อายุ 16 ปี

ส่วนสูง / น้ำหนัก : 185/77

สีตา / สีผม : ม่วง / ทอง

อาชีพ : นักเรียน

โรงเรียน : ฮาบาทากิ

นิสัย : มองโลกในแง่ดี เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ติดจะขี้แกล้งนิดๆ ชอบรอยยิ้มจึงมึกยิ้มอยู่เสมอ ค่อนข้างเป็นกันเอง
เข้ากับคนอื่นง่าย แต่ก็ใช่จะไม่มีกำแพงในจิตใจเลย เวลาหวังดีกับใครก็มักจะชอบเผลอทำตัวจู้จี้จนน่ารำคาญ จริงจังกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ไอ้เรื่องควรจริงจังนะไม่สนใจ(เช่นเรื่องเรียน…) โกหกคนไม่เก่ง เลยใช้วิธีเปลี่ยนเรื่องหรือเนียนๆไม่ยอมพูดมากกว่า เพิ่งมาอยู่ญี่ปุ่นได้ไม่นานภาษาจึงยังไม่แข็งแรง เวลาโดนพูดเร็วๆ ใส่จะฟังไม่ทัน นานๆ ทีก็มีนึกคำไม่ออกบ้างเหมือนกัน
 
 
 
 
Twitter : TE_Gokusan
 
 

[HMH] Garcia Berton

posted on 28 Apr 2015 20:47 by averzion
 
 
 
IDCARD_student.png
 
Full Name: การ์เซีย เบอร์ตัน [Garcia Berton]       Class: Junior
Birthday: 22 / กันยายน /1998 Status: นักเรียน
Nationality: สเปน Age: 17 ปี
Height: 177 เซนติเมตร Weight: 64 กิโลกรัม
 

Personality

  • เป็นคนที่ไหลไปเรื่อย ไหลได้ทุกที่ทุกสถานะการณ์ ทั้งยังควบคุมตัวเองเก่ง และหน้าหนาพอสมควร

  • เป็นคนที่ไม่สนใจว่าศักดิ์ศรีของตนจะเป็นอย่างไร(ไม่รักศักดิ์ศรี ไม่ได้แปลว่าไม่รักตัวเอง...เพราะเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเป้าหมายของตัวเองแม้จะต้องทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองไปก็ตาม)

  • ลึกๆ แล้วเป็นคนทะเยอทะยาน ต้องการอำนาจ เพราะถ้ามีอำนาจก็จะสามารถทำทุกอย่างได้อย่างใจต้องการ(อย่างน้อยๆ เจ้าตัวก็คิดแบบนั้น)

  • มีนิสัยขี้แกล้งพอสมควร แต่จะแกล้งเฉพาะกับคนที่สนใจเท่านั้น(...เพราะไม่รู้ว่าจะแกล้งคนที่ไม่สนใจให้เสียเวลาไปทำไม)

  • เป็นคนไม่ยอมใคร เมื่อถูกแกล้งแล้วก็ต้องหาทางแกล้งกลับให้ได้ แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลามากสักหน่อยกับโอกาสในการแก้แค้น แต่ถ้าทำได้สำเร็จตามต้องการก็ถือว่าโอเค(ถ้าคนที่แกล้งไม่ใช่คนน่าสนใจ ก็อาจจะปล่อยผ่านไปเลย)

  • ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้หญิง(ที่ดูเหมือนเด็ก หรืออายุน้อยกว่า)

  • มักมีรอยยิ้มทางการค้าประดับอยู่บนหน้าอยู่เสมอ

  • ชอบกินมากๆ ถ้าไม่ใช่เวลาเรียนก็มักมีอะไรยัดเข้าปากอยู่ตลอด(พวกลูกอม หมากฝรั่ง อะไรที่พกง่ายๆ)

  • เป็นคนที่ดูแอคทีฟเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น หรืออยู่ในที่สาธารณะ แต่เมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัว(และไม่มีคนอื่นอยู่)จะกลายเป็นตัวขี้เกียจทันที

  • สำหรับเจ้าตัวแล้วคนที่สนิทไม่จัดว่าเป็นคนอื่น ดังนั้นอาจจะโดนปากเสียและกวนตีนใส่บ่อยๆ

สิ่งที่ชอบ    : - เครื่องเทศ(ทั้งรสทั้งกลิ่น) - น้องสาว
  - ของกิน(ทั้งของหวานและของคาว) - เรื่องสนุกๆ(ในหลายๆความหมาย)
  - เด็กน่ารักๆ(โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง)
สิ่งที่เกลียด : หนอนและแมลง(เกือบทุกขนิด) ท่อน้ำเสีย

การนั่งรถยนต์(สาเหตุมาจาก
  อุบัติเหตุเมื่อตอนยังเด็ก)
วันฝนตก


อะไรชื้นๆ เปียกๆ
สิ่งที่กลัว    :

น้องสาวไม่รัก

- การอดอยาก(ก็คือไม่ชอบให้ท้อง
  ว่างนานๆนั่นแหละ)

- การเดินทางไกลโดยใช้รถยนต์

งานอดิเรก  :
 
 
กินและกิน
 

พิจารณารสชาติและกลิ่นของเครื่องเทศ
(ในตอนรับประทานอาหาร
แต่ถ้าอยู่บ้านจะพิจารณาแบบเพียวๆ)

ส่งข้อความคุยกับน้องสาว - ดูรูปน้องแบบเพ้อๆ
 

จุดแข็ง :

  • เป็นคนที่ลื่นไหลไปได้ทุกที่ วางเฉยได้ทุกอย่าง

  • ความสามารถด้านกีฬาค่อนข้างสูง เล่นเป็นเกือบทุกชนิด

  • จมูกและลิ้นดีมาก(เพราะต้องทั้งดมและชิมเครื่องเทศอยู่บ่อยๆ)

  • กินจุ และกินได้เรื่อยๆ

จุดอ่อน :

  • ช่วงเวลาที่อยู่บนรถ(ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่นั่งอยู่ในรถและความเร็วในการขับ/ ถ้าขับช้าๆ อาจแค่เกร็ง แต่ถ้าขับเร็วๆ อาจถึงขั้นเมารถได้)

  • โทรศัพท์(เก็บข้อมูลสำคัญ(สำหรับเขา)เอาไว้อยู่)

  • กากพวกงานฝีมือ

  • ไม่เก่งวิชาคำนวน(แต่เวลานั่งเรียนจะทำเหมือนว่ารู้เรื่อง เพื่อไม่ให้ใครจับสังเกต และนำมาใช้แกล้งตนเอง)

  • บ้าจี้ที่คอแบบสุดๆ(แต่ที่เอวไม่เป็น)

  • เกลียดแมลงที่สุด โดยเฉพาะพวกที่กระดึบๆได้

 

ตัวละครคิดอย่างไรกับสถาบัน : โดยรวมแล้วเป็นที่ที่น่าสนใจมาก ...แต่ถ้าเอาความรู้สึกไม่อิงเหตุผลทางบ้าน ก็คือไม่อยากมาเพราะต้องห่างน้อง(แต่สุดท้ายก็โดนบังคับมาจนได้)

 

Biography

  • เกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร โดยเน้นหนักไปทางบริษัทส่งออกเครื่องเทศและอาหารแช่แข็ง ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

  • น้องสาวพิการและสูญเสียแม่จากอุบัติเหตุรถชน เมื่อสมัยตอนยังเด็ก

  • พ่อไม่ค่อยมีเวลาให้เพราะต้องบริหารธุรกิจ เลยมักถูกทิ้งให้อยู่กับน้องสองคนในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่มีแค่พี่เลี้ยงและคนรับใช้ภายในบ้าน

  • เป็นคนรักน้องมากๆ (บางทีก็มากไป)

  • ดูเหมือนน้องจะสำคัญสำหรับเขามาก แต่ลึกๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาอาจจะเป็นตัวของเขาเองก็ได้

  • คุณแม่ที่เสียไปแล้ว เป็นลูกสาวตระกูลผู้ดีเก่า และเป็นดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง(ปัจจับันอยู่ในความดูแลของคุณน้า)

  • นานๆ ที(เน้นว่า นานๆ ที)ก็รับจ๊อบเสริมเป็นนายแบบให้กับแบรนด์ของคุณแม่(ที่ตอนนี้เป็นของคุณน้า)

  • มาเข้าสถาบันนี้เพราะความต้องการของบิดาด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องอยากส่งเสริมบุตรชายให้ได้ดี และเรื่องหน้าตาทางสังคม เป็นต้น

  • เจ้าตัวไม่ได้เต็มใจมาเรียนแต่อย่างใด ที่ยอมมาเพราะถูกขอร้องแกมบังคับ(และข่มขู่)จากบิดา

 

Selected

Laugueges 

1) Chinese (Mandarin)

2) Italian

Minor Sport(s)

-  Volleyball

 
Twitter(ตัวละคร) @HMH_Garcia
Twitter(ผปค.) @ lord_averzion
 
Tags: hmh 2 Comments

[EXPIV] Bonus Event "ข้าคือ.....!!"

posted on 23 Jan 2015 19:02 by averzion
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 

                เมื่อนานมาแล้วข้าเคยคิดว่า

                ตัวข้านั้น...

                เกิดมาเพื่อสิ่งใดกัน

                 ……………………………

                 ……………………

                 ……………

                 ………

                 ….

                 .

               

 

                ข้านั่งเหม่อมองฟ้า สังเกตหมู่เมฆา วันนี้มีรูปร่างอย่างไรกัน พลันหูได้ยินซึ่งเสียงร้องเรียก ข้าหันกลับไปมองทางต้นเสียงนั้น วิเวียนนั่นเองที่กำลังร้องเรียกข้า

                “มีอะไร...” ข้าเอ่ยถามนาง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิท

                “เปล่า ข้าเห็นเจ้าดูเหม่อๆ ก็เลยลองร้องเรียกดูก็เท่านั้น” วิเวียนตอบ

                “ข้าไม่ได้เหม่อ ก็แค่กำลังดูว่าอะไรกันนะที่ลอยอยู่บนฟ้า”

                “เจ้านิประหลาด... ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรนอกจากก้อนเมฆ” คิ้วของวิเวียนขมวดเล็กน้อย ดวงตาหรี่เล็กมองเพ่งไปยังผืนนภา

                “มีสิ... นั่นคือขนมปัง นั่นก็ไข่ปลาคาเวียร์...นั่นคือเทพเจ้าหนวด...แล้วนั่นก็เจ้าไง” ข้าชี้ไปยังเมฆก้อนหนึ่งที่ดูแล้วชวนให้คิดถึงนาง “ดูตลกชะมัด...ทำท่าก็ประหลาด สมกับเจ้าดีนะ” แม้น้ำเสียงและสีหน้าของข้าดูจะนิ่งเฉย แต่ขอสามารถด้วยเกียรติของคนคลั่งหนวด

                ปัก!

                วิเวียนใช้เท้าเตะเบาๆ บนลังไม้ที่ข้านั่งอยู่ ก่อนแหงนหน้าขึ้นฟ้าอีกครั้ง คงพยายามจะมองหาเมฆประหลาดๆ มาย้อนข้าล่ะสิ

                “นั่น! เป็นเจ้ากับหนวดประหลาดๆ ของเจ้า”

                “...........” นั่นไง...เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด แต่โทษที ข้าด้านแล้ว เลยเฉยๆน่ะ

                “...........”

                ข้าและวิเวียนต่างพากันเงียบ นางไม่ชวนข้าคุยข้าก็จะไม่คุย... ถามว่าทำไมข้าไม่เป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง อืม นั่นคงเพราะว่าข้าขี้เกียจ การหาหัวข้อต่างๆ มาสนทนาเพียงเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจ หรืออะไรทำนองนั้นน่ะ ไม่เคยอยู่ในหัวของข้ามาก่อน ต่อให้เป็นวิเวียนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของข้า นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะต้องลำบากตัวเองมาทำในสิ่งที่ไม่ถนัดสักหน่อย ถ้าอยากคุยกับข้าวิเวียนก็หาเรื่องคุยได้เองแหละน่า

                “นี่...ลูอิซ ก่อนหน้าที่เจ้าจะมาเป็นโจรสลัด เจ้าเคยเป็นอะไรมาก่อนงั้นหรอ” วิเวียนถาม ...เป็นคำถามที่ข้าไม่อยากตอบสักเท่าไหร่ข้าจึงได้แต่เงียบ จนลังไม้ที่ข้านั่งอยู่โดนนางสะกิด(?)ไปอีกที

                “เล่ามาเลย... ถือว่าเป็นการทำโทษที่เจ้าไม่ยอมหาเรื่องมาคุยกับข้า”

                “ทำไมถึงได้อยากรู้ล่ะ...” ข้าย้อนถามแทนการตอบ

                “ก็เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกันไง แถมข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของเจ้าเลยด้วย” นางมองมาที่ข้า

                “เพื่อน...สินะ” เล่าดีไหมนะ...ข้าลังเล

                หลังจากที่นิ่งเงียบมาสักพัก พิจารณาตัวเลือกอยู่ในใจ ในที่สุดข้าก็ตัดสินใจจะเล่าเรื่องของข้าให้วิเวียนได้ฟัง ข้าคิดว่ามันคงดี ถ้าหากจะมีใครมารับรู้เรื่องของข้าบ้าง มันก็เท่านั้น

                “การละครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว...นานเสียจน...” ข้ากำลังจะต่อ แต่ก็โดนวิเวียนขัดเสียก่อน หาว่าข้าจะพูดบ่ายเบี่ยงว่าจำไม่ได้อีก อืม จริงๆ ข้าก็กะจะทำแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ เห็นนางทำหน้าจริงจังเลยอดที่จะแกล้งไม่ได้ ข้าไม่ได้นิสัยเสียสักหน่อย ก็แค่ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี ไม่อยากให้เพื่อนเครียดก็เท่านั้นเอ๊งงงง

                “ข้าล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ....เห็นแล้ว ข้ารู้สึกตลกมากกกกก” ข้าจงใจพูดด้วยเสียงที่ยานคางเป็นพิเศษ เพื่อกวนตีนนาน

                “อย่ามากวนตีนน่า รีบๆ เล่าสักที!”

                “โอเค... เล่าก็ได้ เมื่อนานมาแล้วข้าเคยเป็นบุตรชายคนที่สองของดยุคจากตระกูลที่ได้ชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เก่าของโคเลดิต้า... อันที่จริง ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจริงรึเปล่า” ข้าหยุดพัก เว้นจังหวะในหัวคิดว่าจะเล่าอะไรต่อดี พอดีไม่ถนัดเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังซะด้วยสิ

                “บุตรชายคนที่สอง?...งั้นแปลว่าเจ้าก็ต้องมีพี่น้องน่ะสิ” วิเวียนถาม สีหน้าดูจะสนใจในเรื่องที่ข้าเล่า

                “อืม มีพี่สาวแสนดีหนึ่งคนกับยักษ์จอมดุ ...ข้าหมายถึง พี่ชาย”

                “หืม เท่าที่ฟังดูแล้วเจ้าไม่ถูกกับพี่ชายสินะ” ถูกเผง! ข้านะไม่ถูกกับพี่ชายแบบสุดๆ คนอะไรขี้เก๊ก ปากเสีย แถมยังชอมทำตัวสูงส่ง ทั้งยอมชอบทำตัวข่มคนอื่น! ข้าบ่นพี่ชายอยู่ในใจ ส่วนปากก็ตอบแค่ว่าใช้... ก็วิเวียนไม่ได้ถามนิว่าหมอนั่นนิสัยยังไง

                “แล้วพี่สาวเจ้าล่ะ เจ้าดูจะชอบนางนะ”

                “อืม...พี่สาวข้าเป็นคนดี ข้ารักพี่มาก พี่เป็นพี่ เป็นเพื่อน และเป็นทั้งแม่ของข้า” ข้ายิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงพี่สาวแสนดี ผู้มีเรือนผมสีทองสว่าง ยามที่ต้องแสงเส้นผมของพีดูเรืองรองราวกับเส้นไหมทองคำ ข้าชอบมันมาก พี่ข้ายังบอกว่า ท่านแม่เองก็มีผมสีนี้ เสียดาย...ที่ข้าเกิดมามีผมสีเดียวกับพี่ชายแล้วก็เจ้าพ่อบ้านั่น

                “แล้วคนอื่นๆ ในครอบครัวเจ้าล่ะ...เล่าให้ข้าฟังได้ไหม?” วิเวียนถามต่อ

                “คนอื่นๆ หรอ” ข้าเว้นช่วงนิดๆ ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “เหมือนพวกหนอนเน่าๆ ที่ไชอยู่ตามศพ หึ... ต่อหน้าข้าก็ทำเป็นเสแสร้งแกล้งสงสาร เคยถามข้าสักคำรึเปล่าว่าต้องการคำพูดจอมปลอมของพวกหนอนสกปรกอย่ามันไหม!”

                วิเวียนนิ่งเงียบ ดูท่าคงตกใจกับน้ำเสียงที่ดังผิดปกติของข้า ยอมรักว่าเผลอตัวองค์ลงไป แย่จริง รักษาคอนเซ็ปต์นิ่งเสมอต้นเสมอปลายไม่ได้เลย

                “โทษที...”

                “ไม่เป็นไร... ดูท่าชีวิตเจ้าคงลำบากน่าดูเลยสินะ”

                “อืม ก็นะทั้งโดนแกล้ง โดนดูถูกสารพัด แถมยังโดนจับไปขังอีก...แต่ข้าก็หนีออกมาได้ประจำแหละ ไอ้พวกที่แกล้งข้า ข้าก็จัดการเอาคืนมันหมดแล้วด้วย วิ่งฉี่ราดไปฟ้องไอ้พวกผู้ใหญ่โง่ๆ กันให้ว่อง หึๆ” ให้เดาว่าสีหน้าข้าตอนนี้คงเฉยมาก ก็รักษาคอนเซ็ปต์ไงนิ่งเข้าไว้ได้พร้าเล่มงาม(มันมีซะที่ไหน...สำนวนแบบนั้น)

                “ก็สมกับเป็นเจ้าดี แล้วอะไรทำให้เจ้า...อืม ใช้คำว่าหนีออกมาได้รึเปล่านะ?” วิเวียนตั้งคำถาม โดยใช้คำที่นางเองก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่าเหมาะรึเปล่า

                “ข้าไม่ได้หนี...ข้าแค่ออกเดินทาง” ข้าพูดแก้ให้นาง

                “นั่นแหละ แล้วสรุปอะไรทำให้เจ้าออกเดินทาง”

                “เพราะพี่สาวข้าจะแต่งงาน” วิเวียนทำหน้าสงสัย พี่สาวแต่งงานแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ข้าหนี เอ่อ หมายถึงออกเดินทาง

                “ข้าแค่คิดว่า ถ้าพี่แต่งงาน พี่ก็จะไปเป็นของคนอื่นไม่ใช่ของข้าอีกต่อไป... ข้าก็เลยออกมา ตอนนั้นข้าคิดว่าถ้าทำแบบนั้นท่านพี่คงจะสนใจข้าบ้าง อาจจะยกเลิกการแต่งงานไปเลยก็ได้... แต่เจ้ารู้ไหม พอข้าออกมา...ออกจากกรงที่ขังข้ามาตลอดในตอนนั้น โลกของข้า...ก็ไม่ได้มีแค่พี่อีกต่อไป” ข้าเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มสดใส ที่นานๆ ทีข้าจะยิ้มสักที

                “หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เจ้ารู้ ข้าทำงานในร้านอาหาร จากนั้นก็ไปเป็นเซียนพนัน... ได้เจอกับเจ้า ถูกเจ้าลากคอมาเป็นโจรสลัดด้วยกัน...แล้วก็เป็นอยู่แบบนั้นจนถึงตอนนี้ไงล่ะ” ข้าเล่าต่อจนจบ ก่อนจะลงจากลังไม้ บิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะหันไปล่ำลาวิเวียน เพื่อที่จะได้กลับไปทำหน้าที่ของข้าต่อ

ถ้าถามว่าตอนนี้...ข้ายังสงสัยอยู่อีกรึไม่ ถึงเหตุผลที่ข้าเกิดมา... เรื่องนี้ข้าเองก็ตอบไม่ได้ บางครั้งในเวลาที่ข้าอ่อนแอ ข้าก็มักจะหยิบยกมันขึ้นมาถามตัวเองเสมอ แต่ในบางเวลา ...ในช่วงเวลาที่ข้ามีความสุข ข้ากลับไม่เคยคิดถึงมันเลย บางทีการที่คนเราเกิดมา ไม่ใช่เฉพาะข้า... ทุกคนอาจจะเกิดมาเพื่อให้ค้นหาซึ่งเหตุผลของชีวิต

                สำหรับข้า คำตอบของเหตุผลนั้น...มันไม่ได้แน่นอน มันอยู่ที่ว่าใจของเรามองมันยังไงต่างหาก

 

--------------------- Fin ---------------------


[บันทึกส่วนตัวเรื่อง ‘น้องชายที่รักและครอบครัวของข้า’ โดย เด็กหญิง ซีเนียร์ เอ. เทเรซ่า อายุ 13 ปี]

                ตัวข้ามีนามว่า ซีเนียร์ ปีนี้ข้าอายุครบ 13 ปีแล้ว เริ่มเข้าสู่วัยที่พวกผู้ใหญ่เรียกกันว่า ‘วัยแรกแย้ม’ แต่ข้าก็ยังไม่เห็นถึงความแตกต่างระหว่างช่วงวัยเลยสักนิด...

                ข้าเป็นบุตรีลำดับที่หนึ่งของตระกูล(แต่เป็นลูกคนที่สองนะ) มีพี่ชายอยู่หนึ่งคน และน้องชายคนเล็กที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู(แม้นิสัยอาจจะแข็งกระด้างไปนิด แต่ไม่เป็นไรข้าว่ามันน่ารักดีไปอีกแบบ) อีกหนึ่งคน

                ตระกูลของข้าเป็นตระกูลใหญ่ ที่พวกผู้ใหญ่พากันอวดว่าสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เก่า(สีหน้าดูภูมิใจมาก เหมือนเด็กที่ชอบข่มคนอื่น ข้าว่าตลกดี) เป็นตระกูลชั้นสูง ต้องไม่ก้มหัวให้ใคร และต้องไม่แพ้ผู้ใด แต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น ข้าคิดว่าบางครั้งการอ่อนน้อมก็เป็นเรื่องดี แข็งกระด้างเกินไปก็มีแต่จะโดนเพ่งเล็ง(แบบน้องชายของข้าไง)

                เดิมทีครองครัวของข้าประกอบไปด้วย พ่อ แม่ พี่ชายและข้า แต่เมื่อแปดปีก่อนท่านแม่ของข้าได้ตั้งท้องน้องชายของข้า เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดก็จำต้องกลับไปคลอดที่บ้านเกิด เหตุเพราะกฎของตระกูลฝั่งท่านแม่ แต่โชคร้ายรถม้าที่ข้าและท่านแม่โดยสารในตอนนั้นเกิดพลิกคว่ำ ท่านแม่ได้รับบาดเจ็บและปวดท้องมาก โชคดีเหลือเกินที่แถวนั้นมีหมู่บ้านตั้งอยู่ ข้าและคนขับรถม้าจึงไปขอความช่วยเหลือจากคนที่หมู่บ้าน และทำคลอดให้น้องชายของข้าได้สำเร็จ(น้องชายของข้าคลอดก่อนกำหนดน่ะ...) ข้ายังจดจำได้ดี ถึงวันที่น้องชายที่รักของข้าลืมตาดูโลก และเป็นวันเดียวกันกับวันที่ท่านแม่จากข้าไปตลอดกาล

                ข้าไม่เคยโกรธแค้นหรือโทษน้องชายที่เป็นต้นเหตุของการจากไปของท่านแม่ กลับกันข้ากลับคิดว่าเขาคือของขวัญสุดท้ายที่ท่านแม่ตั้งใจมอบให้พวกเรา และข้าจะต้องดูและปกป้องเขาให้ดีที่สุด ...แต่ท่านพ่อของข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น ท่านเกลียดลูอิซ(ชื่อนี้ข้าเป็นคนตั้งให้น้องเอง เพราะท่านพ่อไม่ยอมตั้งชื่อให้จะเอาน้องไปทิ้งเสียอย่างเดียว) เกลียดเสียจนอยากกำจัดไปให้พ้นๆ(จริงๆก็เกือบทำสำเร็จแล้วล่ะ แต่โชคดีที่ข้าอ้อนท่านพ่อให้ปล่อยน้องไปได้สำเร็จ) ที่จริงท่านพ่อของข้าเป็นคนอ่อนโยน รักครอบครัวมาก แต่พอท่านแม่เสียท่านพ่อก็เริ่มเปลี่ยนไป เย็นชา โหดเหี้ยม ทำทุกอย่างตามความต้องการของตนเอง(ซึ่งข้าก็แอบไปได้ยินมาว่ามันเป็นนิสัยเก่าของท่านพ่อก่อนจะได้พบท่านแม่)

                ถ้าพูดถึงพี่ชายของข้า เขาเป็นคนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เป็นหน้าเป็นตาของตระกูลทุกคนต่างก็ชื่นชม และตำแหน่งผู้นำตระกูลคนถัดไปก็คงจะหนีไม่พ้นท่านพี่นี่แหละ ถ้าถามข้าว่าท่านพี่คิดยังไงกับลูอิซ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าเอาจากที่ดูภายนอกก็เหมือนจะเกลียด แต่ลึกๆแล้วข้ากลับคิดว่า ท่านพี่ไม่ได้เกลียดเขา... รู้สึกแบบที่พี่ชายทั่วไปควรมี แค่แสดงออกมาไม่ค่อยเก่งก็เท่านั้นเอง ท่านพี่มักจะคอยเป็นห่วงและดูแลลูอิซอย่างลับๆ เสมอ(ซึ่งข้าคิดว่าเขาคงจะซึน...) เสียดายที่ลูอิซไม่เคยรับรู้(ก็ข้าเพิ่งบอกอยู่ว่าลับๆ) ถ้าเขารู้บางทีเขาอาจจะยอมพูดจาดีๆ กับท่านพี่บ้าง(ที่จริงข้าเคยบอกลูอิซแล้ว แต่น้องไม่เชื่อข้า)

                สำหรับข้า น้องชายคือคนสำคัญ เป็นคนที่ข้าต้องดูแลและปกป้อง แปดปีที่ผ่านมาข้าคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ทั้งในฐานะ พี่สาว เพื่อน...และอาจรวมไปถึงแม่ น้องชายของข้าเป็นพวกไม่ค่อยแสดงออก(พี่ใหญ่เองก็เป็นเหมือนกัน) ทำให้ตอนเล็กๆ ถูกพวกญาติๆ และลูกพี่ลูกน้อง รังแกเสียดสีจนร้องไห้ ทำให้ข้าต้องออกมาปกป้องเขาบ่อยๆ แต่พักหลังๆ นี้ ข้ารู้สึกว่าน้องชายที่รักของข้าดูจะเข้มแข็งขึ้น เขาตอกกลับทุกคนที่ทำไม่ดีกับเขา จนเจ้าเด็กพวกนั้นวิ่งร้องไห้กลับไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ของตัวเองเลย สมน้ำหน้า จัดหนักๆให้พวกมันเลยน้องชาย ข้าล่ะหมั่นไส้เจ้าพวกขี้ฟ้องนั่นมานานแล้ว อุ๊ย! ตายจริง ถ้าพวกเจ้าคนใดได้อ่านบันทึกฉบับนี้ของข้า ก็ขอให้เก็บเรื่องนี้เอาไว้อย่าได้พูดออกไปเด็ดขาด เพราะข้ายังต้องรักษาภาพลักษณ์ เลดี้น้อยผู้สง่างามและน่าชื่นชมอยู่นะ(ถ้าข้ารู้ว่าความลับนี้หลุดออกจากปากใคร ข้าจะตามไปเชือดคอมันให้ขาดเลยคอยดู)

                ข้าดีใจนะที่น้องชายของข้าเข้มแข็งและยืนหยัดต่อสู้กับคนไม่ดีพวกนั้นได้ด้วยตนเอง แต่บางวิธีการข้าก็ออกจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เช่น การไม่ยอมอ่านเขียนเรียนหนังสือเพียงเพราะอยากประชดท่านพ่อ หรือแม้กระทั่งการทำลายข้าวของเวลาหงุดหงิดน่ะ(ข้าเสียดาย...มันแพง) แม้ข้าจะพยายามห้ามปราม แต่ก็หาได้ผลสำเร็จไม่ ...น้องชายของข้านับวันยิ่งหัวแข็ง เริ่มที่จะดื้อและไม่ฟังคำของข้าเขาทุกวัน(ผู้ชายบ้านนี้เป็นแบบนี้กันหมดรึไงกันนะ)...เอ๊ะ หรือนี่คือสิ่งที่พวกผู้ใหญ่เรียกกันว่า ‘วัยต่อต้าน’ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นวัยรุ่นก่อนหรือ ถึงจะมี หรือน้องชายข้าแปลกเกินไปก็เลยมีก่อนใครเพื่อน!?

                เอาเถอะ ถึงน้องจะดื้อกับข้าแค่ไหน สำหรับข้า น้องก็ยังน่ารักน่ากอดเหมือนเดิมนั่นแหละ และถึงท่านพ่อจะเปลี่ยนไป หรือท่านพี่จะซึนยังไง พวกท่านก็ยังเป็นครอบครัวที่ข้ารักอยู่เหมือนเดิม!

                                                                                                      ซีเนียร์ เอ. เทเรซ่า

 

แถมภาพ ซินเนียร์อายุ 13 กับลูอิซ(ที่เห็นแค่หัวหน่อยๆ)ตอน 8 ขวบ

 

**************************************

ช่วง ยี่สิบ(?)คำถามกับลูอิซ แขกรับเชิญวันนี้คือ วิเวียน!

วิเวียน : นี่เจ้า ทำไมถึงมาขึ้นเรือโจรสลัดได้ล่ะ

ลูอิซ : ...เจ้าถามทำไม ไม่ใช่เจ้าหรอที่ลากข้าขึ้นมาน่ะ .____.

วิเวียน : โทษที ข้าลืม

 

วิเวียน : ข้าสงสัยมานาน หนวดเจ้านี่ของจริงหรือของปลอมน่ะ

ลูอิซ : ของปลอมน่ะ...ที่จริง มันก็เคยเป็นของจริงล่ะนะ

วิเวียน : หะ...แล้วทำไมไม่ใช่หนวดจริงต่อไปล่ะ

ลูอิซ : เพราะข้าโกน...โอเคนะ .____.

วิเวียน : ไม่โอเค

ลูอิซ : เอายาไหม?

วิเวียน : ไม่ได้หมายความแบบนั้น... ว่าแต่เจ้าโกนทำไม

ลูอิซ : ม่อโลลิ .____.

วิเวียน : =_______=’’

 

*************************************

เขียนไปเยอะเหมือนกัน ฝฝฝฝ ไม่ได้เขียนมา 3 ปี ติดๆขัดๆ มึนๆเบลอๆ(ไปเยอะ) ขออภัยด้วย

แถมยังแต่งสดอีก สารภาพว่าไม่ได้ตรวจคำผิดอ่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

Recommend

Categories